home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000013

หัวข้อประกาศ : นศ.มจพ.ทำ เครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอล
รายละเอียด :           

นศ.มจพ.ทำ เครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอล 
 
       ปัจจุบันปัญหาการเสื่อมประสิทธิภาพในการฟังของคนเมืองนับวันยิ่งจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพราะสภาวะแวดล้อมในเมืองก่อให้เกิดเสียงดังเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมนานเกิดไป และเมื่อประสิทธิภาพในการได้ยินต้องสูญเสียไปทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย และสำหรับผู้มีฐานะพอสมควรมักจะแก้ปัญหาสูญเสียการได้ยินด้วยเครื่องช่วยฟังซึ่งมีราคาแพง
      
       อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องราคาค่าเครื่องช่วยฟังสำหรับคนเบี้ยน้อยกำลังจะลดลงเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ?อำนาจ ประจง? และ ?ไชยยันต์ ชนะพรมมา? 2 นักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมได้คิดค้นเครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอล (A Digitally Controllable Hearing Aid) ขึ้นโดยมี อ.ขจร อินวงษ์ หัวหน้าภาควิชา และ ผศ.ดร.มนตรี ศริปรัชญานันท์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
       

 
       ทั้งนี้การจัดสร้างเครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอลมีขั้นตอนคือ การศึกษาข้อมูลผู้สูญเสียการได้ยิน โดยศึกษาการได้ยินเรื่องของช่วงความถี่ ระดับของเสียงที่ตอบสนองต่อผู้สูญเสียการได้ยิน รวมถึงความบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งแบ่งจากการวิเคราะห์ทางการแพทย์ได้ 6 ระดับ คือ
       1 ระดับปรกติ ระดับตึงเล็ก ระดับตึงปานกลาง ระดับตึงมาก ระดับตึงรุนแรง และระดับหนวก
      
       การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของระบบเครื่องช่วยฟัง ศึกษาส่วนประกอบเครื่องและหลักการทำงานของเครื่องช่วยฟัง
       ขั้นการออกแบบและสร้างวงจร โดยศึกษาข้อมูลเกี่ยงกับวงจรปรีไมโครโฟน เนื่องจากไมโครโฟนจะรับสัญญาณเสียงแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แต่เพราะสัญญาณมีขนาดเล็กไม่สามารถเป็นสัญญาณอินพุตให้วงจรกรองความถี่แถบจึงไม่สามารถเอาชนะสัณญาณรบกวนได้
      
       2 นศ.จึงสร้างวงจรปรีไมโครโฟนช่วยขับขนาดสัญญาณให้สูงขึ้น และกำจัดอุปสรรคโดยเลือกใช้คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน เพราะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20 Hz-20 kHz อิมพุตอิมพีแดนต์ต่ำ ความไวที่ 1 kHz ขั้นตอนการออกแบบวงจรกรองแถบความถี่ผ่าน ผู้ออกแบบได้กำหนดช่วงความถี่ที่เลือกในช่วง 200 Hz-3800Hz โดยแบ่งเป็น 6 ช่วง คือ ช่วงความถี่ที่ 1,200Hz-800 Hz ช่วงความถี่ที่ 2 800 Hz ? 1,400 Hz ช่วงความถี่ที่ 3 1,400 Hz-2,000 Hz ช่วงความถี่ที่ 4 2,000 Hz -2600 Hz ช่วงความถี่ที่ 5 2,600 ช่วงความถี่ที่ 6 3,200 Hz -3800 Hz โดยมีวิธีการออกแบบโดย วงจรกรองความถี่ผ่านทำงานโดยการกรองความถี่ที่ต้องการโดยใช้แบบแอคทีพ และกำหนดอัตราขยายได้
      
       ขั้นตอนการออกแบบวงจรสัญญาณนาฬิกา เนื่องจากเครื่องเป็นระบบดิจิตอลจำเป็นต้องมีสัญญาณนาฬิกาป้อนให้วงจรนับ เพื่อให้วงจรนับสามารถนับขึ้นและลงได้ ในการออกแบบใช้ไอซีเบอร์ TLC 555 ใช้ไฟเลี้ยงระหว่าง 2 โวลต์ ถึง 15 ต้องใช้ความถี่ต่ำช่วยลดการเกิดดีเบาท์ ที่เกิดจากการกดสวิตช์
      
       ขั้นตอนการออกแบบวงจรนับ เนื่องจากเครื่องที่สร้างสามารถควบคุมระดับเสียงได้ 16 Step ดังนั้นจึงต้องสร้างวงจรนับ เพราะว่าวงจรนับทำให้เกิดความแตกต่างของแรงดันเอาต์พุตได้ 16 ค่า และสัญญาณที่ออกอยู่ในแบบสัญญาณดิจิตอล
       ขั้นตอนการออกแบบวงจรแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นแอนะลอก เนื่องจากสัญญาณที่ได้จากวงจรนับเป็นแบบสัญญาณดิจตอลแต่สัญญาณที่จะนำไปควบคุมระดับเสียงต้องเป็นสัญญาณแอนะลอก จึงต้องมีการแปลงสัญญาณ การนำวงจรแปลงสัญญา ดิจิตอลเป็นแอนะลอกจะต่อใช้งานร่วมกับวงจรควบคุมการขยายด้วยโอทีเอ
      
       วงจรควบคุมอัตราการขยายด้วยโอทีเอ อุปกรณ์โอทีมีคุณสมบัติคล้ายกับออปแอมป์แต่โอทีเอแตกต่างที่สามารถปรับอัตราการขยายด้วย I B และ สัญญาณที่มาปรับ I B คือ แรงดันเอาต์พุตที่ออกมาจากวงจรแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นแอนะลอก
      
       ขั้นตอนการออกแบบวงจรขยายเสียง เนื่องจากสัญญาณเอาต์พุตที่ออกจากวงจรขับสัญญาณยังไม่แรงพอที่จะขับลำโพงได้ดังได้น้อย ดังนั้นจึงต้องใช้วงจรขยายเสียงมาต่อร่วมเพื่อขับสัญญาณออกให้แรงพอที่จะขับลำโพงได้
      
       
ขั้นตอนการออกแบบวงจรควบคุม อัตราการขยายอัตโนมัติ เนื่องจากสัญญาณเสียงที่รับมาจากไมโครโพนมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ จึงใช้วงจรควบคุม อัตราการขยายอัตโนมัติ จะอยู่ในส่วนของการป้อนกลับแบบลบซึ่งเป็นการนำสัญญารส่วนหนึ่งของสัญญาณทางด้านขาออก ซึ่งมีขนาดเล็กนำมากลับเฟสและป้อนกลับไปยังอินพุตอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เครื่องขยายเสียงมีการตอบสนองความถี่ราบเรียบตลอดการทำงาน ซึ่งจะลดความผิดเพี้ยนของเครื่องขยายเสียง และการป้อนกลับแบบลบมีข้อดีเช่น
      
       ทำให้วงจรเสถียร มีการเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่อมีการรบกวนของสัญญาณ ขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างเครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอล เนื่องจากเครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอลต้องใช้กล่องที่สามารถบรรจุแผงวงจรพิมพื สวิตชื แบตเตอรี และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เลือกใช้กล่องโทรศัพท์โนเกีย รุ่น N-GAGE เพราะกะทัดรัด รูปร่างสวยงาม สามารถบรรจุอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องช่วยฟังควบคุมระบบดิจิตอลได้
      
       กล่องของเครื่องช่วยฟังควบคุมด้วยระบบดิจิตอล ใช้กล่องโทรศัพท์มือถือ โนเกียรุ่น N-GAGE ใช้แบตเตอรี Li-ion กระแส 380 มิลลิแอมป์ แรงดัน 3.7 โวลต์ 2 ก้อน
      
       ผลของโครงงาน โครงงานนี้สร้างเครื่องช่วยฟังด้วยไอซี LM4871 ซึ่งเป็นวงจรขยายแบบ BTL กำลังขยาย 3 วัตต์ ซึ่งสามารถปรับได้อัตราขยายโดยเปลี่ยนค่าความต้านทาน โดยมีการปรับความดังผ่านการควบคุมของระบบดิจิตอล โดยวงจรปรีไมโครโฟนวงจรการขยายแบบกลับเฟส วงจรกรองแถบความถี่แถบผ่านวงจร Sallen and key ด้ผลของโครงงานคือ มีกำลังขยายตัวสูงสุดที่ความถี่ 1,600 Hz คือ 36.083 dB และสามารถปรับระดับเสียงได้ 16 ขั้น ประจุแบตเตอรีได้ ใช้แรงดัน 3.7 v เลือกย่านความถี่ได้ 6 ย่านคือ 206 Hz-800 Hz,807 Hz -1587 Hz 1386 Hz -2288 Hz 2237 Hz -4222 Hz 2812 Hz -3542 Hz และ 3402 Hz -4289 Hz
      
       รายละเอียดอื่นๆ สอบถามได้ที่ ภาควิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า โทรศัพท์ 0-2913-2500 ต่อ 3301, 3303 

 

แหล่งที่มาโดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 กุมภาพันธ์


 

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : ภาคิน
IP Address : 125.25.40.130
อีเมล์ : info@industrychannel.in.th
เวปไซต์ :

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:05E05 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com