home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000031

หัวข้อประกาศ : เปลือยเทคนิคหุ่นยนต์แชมป์โลก มันสมองระดับเทพของเด็กไทย
รายละเอียด :           ด้วยความสามารถของเยาวชนไทยที่สามารถสร้างชื่อเสียงได้กระหึ่มโลก จากการคว้าชัยในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก หรือ World Robo Cup 2009 ที่เมืองกราซประเทศออสเตรีย โดยเด็กไทยที่ไปสร้างชื่อเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จากทีมไอแลปโปร(iRAP_PRO) คว้ารางวัลแชมป์โลกประเภทหุ่นยนต์กู้ภัย เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ในขณะที่ทีมสคูบา (Skuba) ผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) คว้ารางวัลแชมป์โลก Robocup Soccer หรือหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ประเภท Small Size League
       
       ความสามารถของหุ่นยนต์แต่ละทีมมีทีเด็ดอย่างไร ถึงสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ Life On Campus ขอนำเสนอเรื่องราวของหุ่นยนต์เจ้าของแชมป์โลก ทั้ง 2 ทีมกันเลยดีกว่า
       
       ผ่าหุ่นกู้ภัยแชมป์โลก 4 สมัยซ้อน
       เริ่มต้นด้วย ทีม iRAp_PRO จาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เจ้าของแชมป์โลก 4 ปีซ้อน ที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ปี 2006-2008 ฝึกฝนและพัฒนาหุ่นยนต์กู้ภัยอย่างต่อเนื่อง โดย "โฟม" คฑาวุฒิ อุชชิน นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หัวหน้าทีม iRAp_PRO ผู้ทำหน้าที่บังคับหุ่นยนต์เปิดเผยว่า ประสิทธิภาพของหุ่นยนต์กู้ภัยถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตลอด 4 ปีเต็ม และต้องเตรียมความพร้อมในการวางแผนก่อนลงสนามทุกครั้ง
       
       "หุ่นยนต์กู้ภัยจะมีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วยหุ่นยนต์บังคับด้วยมือ 2 ตัว และหุ่นยนต์อัตโนมัติ 1 ตัว โดยหุ่นยนต์ทั้งหมดมีลักษณะใช้สายพานในการเคลื่อนที่ สามารถเคลื่อนที่ได้ทุกสภาพผิว ต้นกำลังใช้มอเตอร์ DC 24 V. 95 rpm จำนวน 2 ตัว ในการขับเคลื่อนสายพานซ้าย ขวา วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างเป็นอลูมิเนียม สายพานทำมาจากยางสังเคราะห์ และหุ่นยนต์มี Flipper 2 คู่ คือคู่หน้าและหลัง โดย Flipper คู่หน้าหมุนได้ 360 องศา ส่วน Flipper คู่หลังมีระบบ Mechanic ที่ทำให้แขนคู่หลังยึดเกาะกับผิวตลอดเวลาเพื่อการทรงตัว ทั้งหมดนี้ทำให้หุ่นยนต์มีสมรรถนะสูงในการเคลื่อนที่ไปในสภาพผิวที่เลวร้ายต่างๆ ได้อย่างสบาย"
       
       ทั้งนี้ ความรวดเร็วในการ Set-Up and Break-Down หุ่นยนต์ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัย ซึ่งหากทำได้รวดเร็ว ก็จะมีเวลาในการทำภารกิจอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น โฟมอธิบายว่า การใช้กระเป๋าอลูมิเนียมเป็น Station ซึ่งเมื่อต้องการปฏิบัติภารกิจก็เพียงแค่เปิดกระเป๋าอลูมิเนียมและเปิดสวิตซ์ ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ก็จะสามารถใช้งานได้ทันที
       
       "ภายในกระเป๋าอลูมิเนียมประกอบด้วย จอ Monitor, Notebook, Access point, Printer และแหล่งจ่ายไฟสำรอง เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้ว สามารถทำการ Print รายงานข้อมูล และแผนที่ของหุ่นยนต์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะค้นหาผู้ประภัยทันที
       
       "จุดเด่นที่สำคัญของหุ่นยนต์กู้ภัยอยู่ที่ชุดแขนกลที่มีกล้องติดอยู่มีความคล่องตัวสูง ซึ่งเราพัฒนาจนสามารถกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระหมุนได้ 360 องศารอบตัว และมีความสามารถยืดความยาวเพื่อเพิ่มขอบเขตการมองเห็นได้ พร้อมกับติดตั้งชุด Gripper ที่ปลายแขนเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของน้ำหนักไม่เกิน 5 Kg. จึงทำให้รอบชิงชนะเลิศ iRAp_PRO สามารถเก็บแต้มคะแนนสะสมจากการค้นหาผู้ประสบภัยได้มากถึง 38 คน ถือว่าเป็นชัยชนะที่เราทำได้ดีจนชาวต่างชาติทึ่ง หลังจากการแข่งขันครั้งนี้ เราตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ต่อไปเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งหุ่นยนต์เข้าประกวดในปีหน้า" โฟมอธิบายทิ้งท้าย
       
       ชำแหละเทคนิคสุดยอดหุ่นยนต์เตะบอลเด็ก มก.
       ทีนี้ลองมาดูความสามารถของทีม สคูบา (Skuba) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. แชมป์โลก Robocup Soccer หรือหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ประเภท Small Size League ที่นอกจากจะคว้าแชมป์แล้ว ยังสามารถคว้ารางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม และรางวัลยอดเยี่ยมในการจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคหุ่นยนต์
       
       อ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา หนึ่งในอาจารย์ที่ปรึกษาทีม กล่าวว่า การออกแบบหุ่นยนต์จะประกอบไปด้วย หุ่นยนต์ทีมละ 5 ตัว รวมผู้รักษาประตู มีกล้องสำหรับการจับตำแหน่งหุ่นติดอยู่เหนือสนาม กล้องดังกล่าวจะส่งภาพไปยังคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ข้างสนาม และทำการประมวลผลภาพจนได้ตำแหน่งหุ่นที่แน่นอน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ไปคำนวณ ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) แล้วส่งข้อมูลไปยังหุ่นยนต์แต่ละตัว ผ่านการสื่อสารไร้สาย จากนั้นหุ่นก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับ
       
       "หุ่นยนต์แข่งขันฟุตบอลออกแบบโดยให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ได้หลายทิศทาง มีความคล่องตัวสูง โดยใช้ล้อแบบ Omni directional จำนวน 4 ล้อมาติดตั้งที่ตัวหุ่นยนต์ เพื่อให้หุ่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัว โดยการยิงและยกลูกบอลจะใช้หลักการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานเชิงกลผ่านชุดขดลวด Solenoid ที่มีการคำนวณแรงที่เกิดขึ้นจากจำนวนขดลวดที่พัน และค่าเฉพาะการเหนี่ยวนำแม่เหล็กของวัตถุที่ใช้ทำชุดขดลวด ทำให้ได้นำหนักแรงยิงที่พอดี"
       
       อาจารย์ที่ปรึกษาทีม เล่าถึงวิธีการค้นหาวัตถุว่า หลักการค้นหาวัตถุจำเป็นต้องใส่ภาพที่ต้องการ Recognition เข้าไป ซึ่งจะต้องกำหนดทิศทางของวัตถุเปรียบเทียบ จากภาพต้นแบบ ได้แก่ ตัวหุ่น ลูกบอล วัตถุกีดขวาง และตัวหุ่นศัตรู จากนั้นจะทำการแยกสีของวัตถุที่มองเห็นเป็นแม่สีที่สนใจ โดยกำหนดช่วงของการเปลี่ยนลงในถาดสีของแสงในมิติ HSV โดยผลที่ได้จะสามารถระบุจุดที่เป็นลูกบอลได้อย่างชัดเจน ทำให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนหาลูกบอลได้ถูกต้อง และแม่นยำ
       
       ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือและสติปัญญาของเด็กไทย ที่ไปประกาศความสามารถเหนือชาติอื่นๆ ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าไทยมาแล้ว 
ชื่อผู้ลงประกาศ : ไต้ฝุ่น
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ :

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:2F016 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com