home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000072

หัวข้อประกาศ : มข.พัฒนาสูตรดินเพาะกล้ายางทนแล้ง‏
รายละเอียด :           
นักวิจัย มข. พัฒนาสูตรปรับปรุงคุณภาพดิน นำแร่ดินเหนียวผสมกับวัสดุอินทรีย์ เพาะต้นกล้ายางพารา ช่วยให้ทนแล้ง ลดการตายในการปลูกระยะแรก

นักวิจัย มข. พัฒนาสูตรปรับปรุงคุณภาพดิน นำแร่ดินเหนียวผสมกับวัสดุอินทรีย์ เพาะต้นกล้ายางพารา ช่วยให้ทนแล้ง
       “ยางพารา” ถือให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย อีกชนิดหนึ่ง โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ระบุว่า ในปี 2552 ประเทศไทยจะมีผลผลิตยางพาราที่ระดับ 3.0 - 3.2 ล้านตัน โดยสัดส่วนการส่งออกยังใกล้เคียงกับปี 2551 คือ ประมาณ 2.7 – 2.8 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 88 ของผลผลิตยางทั้งหมด โดยสร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท
       
       สำหรับฐานการผลิตในปี 2552 ประเทศไทยจะมีสวนยางทั้งหมดประมาณ 15 ล้านไร่ ซึ่งแต่เดิมมีการปลูกมากในพื้นที่จังหวัดของภาคใต้ แต่เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลได้มีนโยบายขยายพื้นที่ปลูกยางพาราให้ครบ 1 ล้านไร่ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมนำมาปลูก ก็คือ พันธุ์ RRIM 600 และพันธุ์ RRIT 251

       ทั้งนี้ ดร. มงคล ต๊ะอุ่น นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญและคณะวิจัยจากภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพาราในภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยเฉพาะในภาคอีสานนั้น ปัญหาหนึ่งที่พบมากก็คือการเหี่ยวตายของต้นกล้ายางพาราในระยะการปลูกช่วง 1-2 เดือนแรก เนื่องจากต้นกล้ายางพารา ไม่สามารถทนแล้งได้ดี เพราะรากของต้นกล้ายางพารายังไม่ยาวพอที่จะช่วยดูดซึมน้ำ
       
       “เดิมทีเกษตรกรบางรายได้นำแร่ดินเหนียว หรือเบนโทไนท์ ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี หาซื้อได้ตามร้านค้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป มาผสมกับวัสดุอินทรีย์ในท้องถิ่นประเภทต่างๆ เช่น ขุยมะพร้าว แกลบดำ ขี้อ้อย เปลือกถั่ว และ แกลบดิบ นำมาเพาะต้นกล้ายางพาราทำให้ต้นกล้ามีความทนแล้งได้ดี แต่ก็มีปัญหาอัตราการใช้ ที่ไม่เหมาะสม จึงมักทำให้ต้นกล้ายางพาราตายได้”

       จากปัญหาดังกล่าว ทีมนักวิจัยจากภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการทนแล้งของต้นกล้ายางพาราโดยการประยุกต์ใช้สารปรับปรุงคุณภาพ คือ แร่ดินเหนียวเบนโทไนท์ร่วมกับวัสดุปรับปรุงดินในท้องถิ่น การให้ ธาตุอาหารให้ถูกกับชนิดดิน อัตราที่เหมาะสม ชนิดพันธุ์ยางพารา อายุ และช่วงเวลาที่เหมาะสม
       
       ด้าน ธนพงศ์ ตุลา นักวิชาการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มข. กล่าวเสริมว่า กระบวนการศึกษาวิจัย ในครั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้ นำเบนโทไนต์หรือแร่ดินเหนียว ที่มีในอัตรา 0 ถึง 16 % โดยน้ำหนักเมื่อผสมกับวัสดุอินทรีย์ ที่ระยะเวลาผ่านไป 2 วันหลังให้น้ำในระดับที่อิ่มตัวด้วยน้ำ
       
       "เราพบว่าการผสมกับขุยมะพร้าวสามารถอุ้มน้ำมากที่สุดรองลงมาได้แก่ แกลบดำ,ขี้อ้อย,เปลือกถั่วและแกลบดิบโดยมีความชื้นตั้งแต่ 134 – 205 %, 130-154 %, 72-94%,31-64%, และ 23-61% เมื่อเวลาผ่านไป 14 วันเหลือความชื้นอยู่ระหว่าง 46.8-100.8 %,86.0-96.3 %,41.6-57.2 %, 10.2-20.4%,และ 3.6-19.4% ตามลำดับ"
       
       ทั้งนี้ นักวิจัย มข. ได้ให้คำแนะนำทิ้งท้ายว่า เกษตรกรควรเพาะต้นกล้ายางพาราด้วยขุยมะพร้าวที่ผสมกับเบนโทไนท์ หรือ แร่ดินเหนียว ในปริมาณที่เหมาะสมตามผลการวิจัยจะสามารถช่วยเพิ่มความทนแล้งให้กับต้นกล้ายางพาราที่ปลูกในพื้นที่ภาคอีสานได้ และ ลดอัตราการตายของต้นกล้ายางพาราในการปลูกระยะ 1 ถึง 2 เดือนแรก
       

       ** สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.043-362-006 หรือ www.kku.ac.th/rs
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000148069

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:3790D * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com