home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000085

หัวข้อประกาศ : มข.ประดิษฐ์อุปกรณ์ "ผสมเทียมแพะ" ถูกกว่านอก 50 เท่า‏
รายละเอียด :           
มข.ประดิษฐ์อุปกรณ์ “การผสมเทียมแพะ” เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเน้นใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ ประสิทธิสูง ต้นทุนน้อยแค่ชิ้นละ 142 บาท ในขณะที่จากต่างประเทศราคาสูงถึง 7,500 บาท
       

       ปัจจุบันมีผู้สนใจเลี้ยงแพะกันมากขึ้น แต่การตัดสินใจที่จะเลี้ยงแพะต้องศึกษาข้อมูลให้ดี เริ่มจากประสบการณ์พื้นฐานก่อน ซึ่งการเลี้ยงแพะพื้นเมืองในสภาพที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์และมีการจัดการอย่างดี อายุประมาณ 6 เดือน จะมีน้ำหนักเมื่อเป็นสัดหรือยอมรับการผสมพันธุ์ครั้งแรก ประมาณ 14.3 กิโลกรัม แม่แพะมีอายุเริ่มให้ลูกครั้งแรก 14 - 17 เดือน ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของแพะ และให้ลูกเฉลี่ยครั้งละ 1.5 - 2.0 ตัว อัตราการมีชีวิตรอดของลูกแพะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของลูกแพะ หากลูกแพะแรกคลอดมีขนาดโตจะพบว่าคลอดยากหรือการปล่อยให้แม่แพะคลอดเองในแปลงหญ้า พบว่า ลูกแพะไม่ค่อยแข็งแรง ส่วนจำนวนลูกที่รอดต่อครอก พบว่าแม่แพะไม่ชอบเลี้ยงลูก การตายส่วนใหญ่เกิดขึ้นตอนคลอด
       
       การผสมพันธุ์แพะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการผสมพันธุ์อย่างถูกวิธีจะทำให้มีอัตราการผสมพันธุ์ติดสูงและได้จำนวนลูกมากเมื่อคลอด การตัดสินใจว่าจะให้แพะเริ่มผสมพันธุ์ครั้งแรกเมื่อใด ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของแพะ โดยดูน้ำหนักและอายุเป็นเกณฑ์ แพะพื้นเมืองควรมีน้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม ถ้ามีความสมบูรณ์ดี อาจมีอายุไม่ถึง 1 ปี
       
       เมื่อผสมพันธุ์แล้ว จะตั้งท้องประมาณ 150 วัน หรือ 5 เดือน ให้หลีกเลี่ยงการผสมเลือดชิด ระหว่างลูกพี่ลูกน้อง พี่กับน้อง หรือพ่อแม่กับลูก แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เลี้ยงแพะ ยังนิยมใช้แพะตัวผู้เป็นพ่อพันธุ์คุมฝูง และใช้ผสมพันธุ์โดยไม่เปลี่ยนพ่อพันธุ์ ทำให้เกิดปัญหาเลือดชิด ลูกแพะรุ่นหลัง ที่ได้ตัวจะเล็กลงไม่สมบูรณ์แข็งแรง

ทีมคณะวิจัย มข.
       การผสมเทียมแพะจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถ แก้ไขปัญหาเลือดชิดดังกล่าว คณะนักวิจัยโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ อาจารย์ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์การผสมเทียมแพะขึ้น เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเน้นใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ

       “เราได้ใช้ท่อพีวีซีที่เป็นข้อต่อ 3 ทางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว และท่อมีความยาว 15 เซนติเมตร โดยท่อข้างหนึ่งต่อเข้ากับเกลียวก๊อกน้ำ สำหรับนำน้ำอุ่นและให้อากาศผ่านเข้าไปในท่อน้ำเชื้ออสุจิของแพะตัวผู้เพื่อรีดน้ำเชื้อ ซึ่งเป็นการเลียนแบบธรรมชาติ ส่วนด้านในท่อพีวีซี ใช้ยางพาราซับไว้รอบด้าน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น สามารถใช้งานได้สะดวก มีประสิทธิภาพเทียบเท่าจากอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีต้นทุนการผลิต ชิ้นละ 142 บาท ในขณะที่จากต่างประเทศมีราคาชิ้นละ 7,500 บาท”
       

       
       สำหรับอุปกรณ์ผสมเทียมที่คณะนักวิจัยประดิษฐ์ขึ้นนี้ เกษตรกรสามารถนำไปฝึกรีดน้ำเชื้อแพะเนื้อ แพะนม รวมทั้งแกะ ได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังเก็บน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ที่ดีไว้ผสมพันธุ์ครั้งต่อไปได้โดยสามารถนำไปเจือจางเพื่อผสมกับแม่แพะได้จำนวนมากขึ้นด้วย

       รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยณรงค์ กล่าวต่อว่า การเจือจางน้ำเชื้อพ่อพันธุ์แพะนั้น คณะนักวิจัย ได้คิดค้นวิธีเจือจางน้ำเชื้อแพะตัวผู้ให้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม โดยการเจือจางในสารละลายทรีสและผสมกับสารสกัดจากว่านหางจระเข้ สามารถนำไปผสมเทียมให้กับแพะตัวเมียได้มากกว่า 1 ตัวทำให้จำนวนแพะตัวเมียได้รับการผสมมากขึ้น
       
       “ปกติการรีดน้ำเชื้อแพะตัวผู้ จะได้ครั้งละ 1 ซีซีต่อตัว และนำไปผสมเทียมกับแพะตัวเมียได้ 1 ตัวเท่านั้น แต่เมื่อนำน้ำเชื้อที่รีดได้นั้นไปเจือจางในสารละลายเจือจาง หรือที่เรียกว่า "สารละลายทรีส" ในอัตราส่วนสารละลายเจือจาง 2 ส่วนต่อน้ำเชื้อแพะ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน แล้วนำสารสกัดจากว่านหางจระเข้ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ผสมในน้ำเชื้อแพะที่เจือจางแล้ว และคนให้เข้ากัน สามารถนำไปผสมเทียมให้แพะตัวเมียได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 ตัว ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยให้การเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ กระฉับกระเฉงมากขึ้น จากปกติเคลื่อนที่ได้ 50-70 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อการผสมพันธุ์ ที่สำคัญจะได้ปริมาณน้ำเชื้อเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว

อุปกรณ์ “การผสมเทียมแพะ”
       ส่วนน้ำเชื้อแพะที่ผ่านการเจือจางและผสมสารสกัดจากว่านหางจระเข้แล้ว สามารถเก็บในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 5 วัน จากเดิมที่เก็บไว้ได้เพียง 3 วันเท่านั้น หากต้องการเก็บรักษาน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ที่ดี สำหรับผสมเทียมในครั้งต่อๆ สามารถเก็บโดยการแช่แข็งได้นานเป็นปี”รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย
       
       ** เกษตรกรรายใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ โทร. 089-5245900 หรือ e-mail: chanav@kku..ac.th
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000003700

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:BD35D * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com