home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000089

หัวข้อประกาศ : “ซอสส้มโอ-ส้มแก้ว” นวัตกรรม มรภ.บ้านสมเด็จฯ ส่งตรงอัมพวา
รายละเอียด :           
       บ้านสมเด็จฯ ชูนโยบาย TRENDS Model ผุดงานวิจัย “ซอสส้มโอ-ส้มแก้ว” ตราอิน-จัน นวัตกรรมสดใหม่ ลงตลาดอัมพวา พร้อมต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้าระดับประเทศ
       
       ผศ. นิพนธ์ เฮงสมบูรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) เปิดเผยว่า จากปรัชญาแห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) จึงดำเนินนโยบาย TRENDS Model ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของมหาวิทยาลัยฯ ในการยกระดับความรู้ความสามารถของคณาจารย์ส่วนด้านการเรียนการสอนเน้นในการเสริมสร้างการเป็นนักคิดแก่นิสิตนักศึกษาให้ทันความเจริญของโลกและการร่วมมือกับชุมชนบนพื้นฐานแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาอย่างยั่งยืน “มุ่งสร้างองค์ความรู้สากล ขยายผลสู่ท้องถิ่นและนานาชาติ” ส่งคณาจารย์และนิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เน้นช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น
       
       “ เด็กที่ม.ราชภัฎบ้านสมเด็จฯสำหรับ ป.ตรีเราจะเน้นให้เขาได้เรียนแบบบริโภคความรู้ แล้วนำความรู้ที่บริโภคมารวมกันเพื่อวิเคราะห์จัดหมวดหมู่ ทำรายงาน หรือสารนิพนธ์ ส่วนปริญญาโทเราจะเน้นให้ทำวิทยานิพนธ์ และปริญญาเอกก็จะเน้นให้ทำวิจัยเพิ่มมากขึ้นเช่นกันโดยงานวิจัยและองค์ความรู้ต่างๆนั้นเราก็มีหัวใจหลักคือการนำความรู้ในท้องถิ่นมาผนวกกับวิทยาการที่จะรู้เพิ่มเติมโดยแนะให้ไปหยิบจับข้อมูลท้องถิ่นนำมาสังเคราะห์และทำให้เหล่างานวิจัยลงมาจากหิ้งแล้วพัฒนาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความรู้และการบริหารจัดการ”
       
       ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2550 มบส.ก็ได้เป็นภาคีเครือข่ายร่วมกับเทศบาลตำบลอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ในการทำงานวิจัยพัฒนาชุมชนอัมพวามา อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยแหล่งพันธุ์พืช สอดคล้องกับแนวทางการวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ต้องการจะขยายผลความรู้สู่ท้องถิ่น มีผลงานวิจัยเด่นๆ ที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
       
       “สำหรับในปี 2553 มบส. ยังคงได้รับทุนให้พัฒนางานวิจัยต่อเนื่องในชุมชนอัมพวา ดังนี้ 1. งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาธุรกิจเครื่องดื่มไทยสำหรับผู้ประกอบการตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม 2. งานวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะด้านการให้บริการนักท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม และ 3. งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผู้ประกอบการนักวิจัยตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” รองอธิการบดี มบส. กล่าว

การลงพื้นที่ของนักวิจัย
       ด้านอาจารย์ อาภา วรรณฉวี ผู้ช่วยอธิการบดี มบส. ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาผู้ประกอบการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า งานวิจัยดังกล่าว คณะอาจารย์และนิสิตได้บูรณาการองค์ความรู้สาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร รัฐประศาสนศาสตร์ และบริหารธุรกิจ นำมาพัฒนาสวนส้มโอ ส้มแก้วของเกษตรกรชุมชนอัมพวา โดยนำพืชผลมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ “ซอสส้มโอ-ส้มแก้ว” ที่รับประทานคู่กับอาหารหลากหลายชนิดและมีอายุการเก็บรักษาได้นาน พร้อมทั้งสร้างแบรนด์และทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น ภายใต้ตรา “อิน-จัน” (Eng-Chang) ซึ่งงานวิจัยนี้มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับนาย พีรวงศ์ จาตุรงคกุล ผู้ประกอบการร้านอิน-จัน อัมพวา รท.พัชโรดม อุนสุวรรณ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลอัมพวา นาย สมทรง แสงตะวัน ผู้นำเกษตรกรสวนส้มโอ-ส้มแก้ว มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่นสมุทรสงคราม และบริษัท อินเตอร์เทสต์ฟูดด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารส่งออก ในรูปแบบ TRENDS Model ที่เชื่อมโยงการนำองค์ความรู้สากลสู่การพัฒนาท้องถิ่น พร้อมทั้งส่งเสริมให้นิสิตมีโอกาสทำงานร่วมกับผู้ประกอบการผ่านกระบวนการวิจัย รวมทั้งเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นออกสู่สากล
       
       “เราได้นำผลไม้ของท้องถิ่นที่มีเป็นจำนวนมาก คือ ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่และส้มแก้วมาแปรรูปให้เป็นซอสรูปแบบใหม่เพราะต้องการที่จะเพิ่มเติมความหลากหลายให้กับผลไม้ที่มีอยู่จำนวนมาก โดยทำให้มันสามารถนำไปรับประทานร่วมกับอาหารจานหลัก อาหารทะเล อาหารว่างและสลัดต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่การแปรรูปพืชผลทางการเกษตรของกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดสมุทรสงคราม และยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจากการวิจัยได้พบว่า ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่มีวิตามินซีถึงร้อยละ 60 ต่อ 2 ชิ้น (100 กรัม) ขณะที่ส้มแก้วนั้นมีข้อดีคือให้ใยอาหารสูงร้อยละ 8 ต่อ 4 ชิ้น ( 100 กรัม )”
       
       ทั้งนี้อาจารย์กล่าวต่ออีกว่า เจ้าผลไม้มูลค่าดังกล่าวนั้น ยังให้ปริมาณน้ำตาลต่ำ และนอกจากนั้นวิตามินซีที่อยู่ในส้มโอยังมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคมะเร็ง หากมีการนำผลไม้ทั้ง 2 ชนิดที่มีชื่อเสียงของสมุทรสงครามมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ชนิดต่างๆ และมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้า จะเป็นการพัฒนา “เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์” (Creative Economy) ให้กับท้องถิ่น ที่สามารถสร้างความแตกต่าง (Differentiation) เป็นนวัตกรรม (Innovation) และเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น”
       
       อาจารย์กล่าวอีกด้วยว่า "ซอสส้มโอ ส้มแก้ว ตราอิน-จัน จะนำมาทดลองให้นักท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาได้ชิมที่ร้านอิน-จัน ก่อนจะนำข้อติชมของผู้บริโภคไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นจะวางจำหน่ายที่ตลาดน้ำอัมพวา และพัฒนาเป็นสินค้าส่งออกขายในท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อไป” อาจารย์อาภา กล่าว
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000006242

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:A2179 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com