home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000114

หัวข้อประกาศ : ผลงานเด่นจาก มช. แปรรูป“ข้าวโพดสด-มันสำปะหลัง” สู่พลัง “ก๊าซชีวภาพ”
รายละเอียด :           สวพ. ม.เชียงใหม่ วิจัยนำต้นข้าวโพดสดและมันสำปะหลัง ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพสำเร็จ โดยต้นข้าวโพดสดพันธุ์ 271 และพันธุ์ CP จำนวน 1 ตัน ผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุดประมาณ 50 ลบ.ม.และ มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 5 ปริมาณ 1 ตัน ผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุดประมาณ 300 ลบ.ม. ด้านนักวิจัยย้ำว่าสามารถนำพืชเศรษฐกิจเหล่านี้มาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนและช่วยแก้ไขปัญหาด้านราคาผลผลิตที่ผันผวนและการขาดแคลนพลังงานได้
       
       สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน (สวพ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากผลผลิตทางการเกษตร โดยทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (biogas) จากผลิตผลทางการเกษตร คือ มันสำปะหลัง และ ต้นข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชที่มีศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพและมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายภายในประเทศ
       
       โดยใช้เทคนิคการหมักย่อยแบบไร้อากาศหรือไม่มีออกซิเจนซึ่งผลที่ได้ ก๊าซชีวภาพ( Biogas) ที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทนถึงประมาณ 60-70% สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น พลังงานความร้อน หรือ พลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่า การนำผลผลิตทางการเกษตรมาผลิตก๊าซชีวภาพนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ช่วยลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดปัญหาราคาผันผวนของมันสำปะหลังและข้าวโพดผันลงด้วย
       
       ชยานนท์ สวัสดีนฤนาท หนึ่งในนักวิจัยผู้ดูแลโครงการการผลิตก๊าซชีวภาพจากผลิตผลทางการเกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน (สวพ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า เริ่มต้นทำงานวิจัยด้านก๊าซชีวภาพจากผลผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 โดยการหาศักยภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพของมันสำปะหลังและต้นข้าวโพดพบว่า มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 5 ที่ใช้ในการทดลองปริมาณ 1 ตัน จะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุดประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 420 หน่วย หรือ ทดแทนน้ำมันเตาได้ ประมาณ 165 ลิตร หรือ ทดแทนก๊าซ LPG ได้ประมาณ 138 กิโลกรัม
       
       ในขณะที่ต้นข้าวโพดสดพันธุ์ 271 และพันธุ์ CP ที่ใช้ในการทดลองปริมาณ 1 ตันจะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุดประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 70 หน่วย หรือ ทดแทนน้ำมันเตาได้ 28 ลิตร หรือ ทดแทนก๊าซ LPG ได้ประมาณ 23 กิโลกรัม หากคิดเปรียบเทียบจากพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 1 ไร่ จะผลิตมันสำปะหลังได้ 3.6 ตัน สามารถนำไปผลิตก๊าซชีวภาพได้ 1,080 ลบ.ม. และหากใช้พื้นที่ 1 ไร่ ในการปลูกข้าวโพด หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตจะได้ต้นข้าวโพดสด 2 ตัน สามารถนำไปผลิตก๊าซชีวภาพได้ 100 ลบ.ม.
       

       อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้โครงการอยู่ในช่วงทดลองระบบต้นแบบ (Pilot Scale) ซึ่งคาดว่า ระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากผลิตผลทางการเกษตรจะเริ่มใช้ได้ราวกลางปี 2554 และจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลที่ถูกต้องข้อมูลที่ถูกต้องแก่เกษตรกร รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางด้านการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปลงเป็นพลังงานทดแทนที่เหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร พร้อมกับลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดการเผาพื้นที่เพาะปลูกและยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกร แถมยังได้ปุ๋ยชีวภาพมาใช้ในการปรับปรุงดินซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการระบายผลิตผลการเกษตรและที่สำคัญคือเกิดการจ้างงานทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอีกด้วย 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.144
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000042923

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:5651D * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com