home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000143

หัวข้อประกาศ : นักวิจัย มช. แนะวิธีบ่มเสาวรสเพิ่มราคา ผิวสวย-น่ารับประทาน
รายละเอียด :           
คณะเกษตรศาสตร์ มช. แนะวิธีเพิ่มราคาเสาวรส ช่วยเหลือเกษตรกร ใช้สารเอทธิฟอนความเข้มข้น 48% อัตราส่วน 6 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 1 ลิตร แช่ผล 10 นาทีแล้วผึ่งให้แห้ง ผลจะสุกสม่ำเสมอได้รสชาติใน 4-6 วัน และมีสีผิวสวยน่ารับประทาน ไม่ยุบไม่ย่น

ดร.ธนะชัย พันธ์เกษมสุข
       ดร.ธนะชัย พันธ์เกษมสุข อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า เสาวรส หรือ Passion fruit ผลไม้ที่มีชื่อเดิมว่า กะทกรก เป็นไม้เลื้อยในตระกูล Passifloraceae เจริญเติบโตไปตามนั่งร้านที่สร้างขึ้น โดยมีลักษณะลำต้นเป็นเถา ออกผลเป็นลูกกลมรีแบบไข่ฟองใหญ่ เปลือกเรียบมีสีเขียว เมื่อผลสุกจะมีสีต่างๆ กันขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ ภายในผลมีลักษณะคล้ายรวงผึ้งเต็มไปด้วยเมล็ดและเนื้อสีเหลืองอมเขียว มีน้ำมาก รสเปรี้ยวจัด เสาวรสสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเขตอากาศเย็นทางภาคเหนือ หรือเขตอากาศร้อนชื้นทางภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จัดเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก และให้ผลผลิตต่อไร่สูง จึงเป็นพืชที่สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี ประกอบกับตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทยมี 3 พันธุ์ คือ พันธุ์ผลสีม่วง พันธุ์ผลสีเหลือง และพันธุ์ลูกผสม

       ผลเสาวรสมีวิตามินเอค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสารแคโรทีนอยด์ จึงช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ และยังมีวิตามินซีค่อนข้างสูง คือ 39.1 mg/100 g ของน้ำเสาวรส ซึ่งมากกว่าที่พบในมะนาว และนอกจากนั้นยังพบสาร albumin-homologous protein ที่เมล็ดของผลเสาวรส ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ และยังมีสรรพคุณ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลดไขมันในเส้นเลือด กำจัดสารพิษในเลือด บำรุงผิวพรรณ และช่วยฟื้นฟูตับและไตที่อ่อนแอ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดไม่ควรดื่มมาก เพราะน้ำเสาวรสมีน้ำตาลอยู่ในปริมาณสูงเช่นกัน
       
       ดร.ธนะชัย เปิดเผยว่า วิธีการเก็บเกี่ยว เสาวรสรับประทานสดจะไม่เก็บเกี่ยวโดยปล่อยให้ร่วงเหมือนกับเสาวรสโรงงาน คือต้องเก็บจากต้นก่อนผลสุกโดยผลแก่เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 50 - 70 วันหลังดอกบาน ระยะที่เหมาะสมเก็บเกี่ยวเมื่อผลเปลี่ยนเป็นสีม่วงแล้วประมาณ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ โดยสีของผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงอมม่วงจึงเก็บเกี่ยวด้วยวิธีการใช้กรรไกรตัดขั้วผลจากต้นให้สั้นติดผล แล้วจึงนำมาบ่มเพื่อให้สีผลสวยและรสชาติดีขึ้น โดยทั่วไปแล้วจะทำการเก็บเกี่ยวทุกๆ 2 - 3 วันต่อครั้ง

       "การบ่มเสาวรสนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซอะเซทธิลีน ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น ใส่ผลลงไปภาชนะเช่นกล่องกระดาษ แล้วนำแคลเซียมคาร์ไบด์ (ถ่านแก๊ส)ที่ใส่ในภาชนะเล็กๆ หรือห่อกระดาษเติมน้ำเล็กน้อยให้เกิดก๊าซอะเซทธิลีนแล้วปิดภาชนะทิ้งไว้ 2-3 วันผลจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงแดงเข้มขึ้นจึงนำส่งจำหน่าย หรือวิธีจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั้น จะใช้ถ่านแก๊สวางไว้ใต้ลังหรือเข่งที่บรรจุผลเสาวรสไว้ด้านบน ทำให้ผลสุกแต่ผิวไม่สวย ผิวเหี่ยวย่น หรือสีของผิวเสาวรสไม่สม่ำเสมอ"
        
       ในการศึกษาการบ่มเสวารสครั้งนี้ อาจารย์ ดร.ธนะชัย พันธ์เกษมสุข ได้รับทุนสนับสนุนจากสถานบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ทำการศึกษาหาวิธีการบ่มผลเสาวรสให้สุกและผิวสวย ผลการศึกษาพบว่า
       
       “สารเอทธิฟอนความเข้มข้น 48% ซึ่งเป็นสารเร่งการสุกของผลไม้หลายชนิดเหมาะสมในการนำมาใช้บ่มผลเสาวรส โดยใช้อัตราส่วนเอทธิฟอน 6 มิลลิลิตร ผสมกับน้ำ 1 ลิตร ทำการแช่ผลเสาวรสเป็นเวลา 10 นาที นำขึ้นมาผึ่งลมให้แห้ง ผลจะสุกรับประทานได้รสชาติภายใน 4 - 6 วัน ขึ้นอยู่กับอากาศร้อนหรือเย็น ผลเสาวรสที่บ่มให้สุกโดยวิธีนี้จะมีผิวสวย สีผิวสม่ำเสมอผิวผลไม่ยุบหรือยุบตัว และผลมีการสุกอย่างสม่ำเสมอ”
       

       อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีทุกชนิดจะต้องอ่านและใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์ ดร.ธนะชัย พันธ์เกษมสุข ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ 0 - 5394 - 4040 ต่อ 107
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 58.97.7.50
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120506

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:67126 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com