home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000157

หัวข้อประกาศ : “เมล็ดทานตะวันพันธุ์สุรนารี 473”ของดีจากนักวิจัย มทส.
รายละเอียด :           
นักวิจัยจาก มทส. ปรับปรุงและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ดอกทานตะวันจนสำเร็จ เผยคุณสมบัติเด่น ทนสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง เปอร์เซ็นน้ำมันสูง แถมเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในการปลูกครั้งต่อไปได้

ดร.ฐิติพร มะชิโกวา
       ดร.ฐิติพร มะชิโกวา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้เปิดเผยถึงการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ดอกทานตะวันพันธุ์สุรนารี 473 ว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้เริ่มรวบรวมเมล็ดพันธุ์ดอกทานตะวันทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ 2537 เริ่มวิจัยและคัดเลือกสายพันธุ์โดยทดลองปลูกและปรับปรุงสายพันธุ์ตั้งแต่ปี 2540 และได้พัฒนาต่อยอดปรับปรุงพันธุ์เรื่อยมากว่า 10 ปี แถมราคาถูกกว่า 5 เท่า
       
       “ในปี 2550 ได้เริ่มส่งเสริมให้เกษตรที่สนใจนำไปทดลองปลูกพบ ว่าเกษตรกรให้การตอบรับในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้เมล็ดพันธุ์ดอกทานตะวันพันธุ์สุรนารี 473 มีคุณลักษณะเด่นคือ เป็นพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวได้ก่อนพันธุ์อื่น 5 - 10 วัน ดูแลง่าย มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งโดยเฉพาะในภาคอีสาน ทนโรคและแมลง เมล็ดพันธุ์มีราคาถูก โดยทางมหาวิทยาลัยจำหน่ายในราคาเพียง กิโลกรัมละ 80 บาท แต่ในท้องตลาดจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 400 - 500 บาท รวมทั้งเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดไว้สำหรับปลูกในปีถัดไปได้โดยผลผลิตไม่ลดลง ซึ่งต่างจากเมล็ดพันธุ์ลูกผสมในท้องตลาดซึ่งปลูกได้เพียงครั้งเดียว ช่วยให้เกษตรกรสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกในครั้งต่อไป”

       สำหรับข้อจำกัดหรือความแตกต่างระหว่างพันธุ์สุรนารี 473 และพันธุ์ลูกผสมในท้องตลาดคือลักษณะของการออกดอกซึ่งพันธุ์สุรนารี 473 จะมีขนาดความสูงของต้นไม่สม่ำเสมอ การแก่ของดอกจะมีบางส่วนที่แก่ไม่พร้อมกัน ซึ่งเกษตรกรอาจเลือกทยอยเก็บหรือเก็บในครั้งเดียวก็ได้ ทั้งนี้จากงานวิจัยพบว่าอัตราผลผลิตต่อไร่ไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการดูแลและบำรุงรักษาของเกษตรกร โดยผลผลิตที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 180 - 300 กิโลกรัมต่อไร่ เปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ 39 - 41 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงเทียบเท่ากับพันธุ์ลูกผสมในท้องตลาด โดยเมล็ดพันธุ์ดอกทานตะวันพันธุ์สุรนารี 473 ยังได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตน้ำมันดอกทานตะวันในไต้หวันซึ่งสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปขยายพันธุ์กว่า 5 ตันอีกด้วย

       ดร.ฐิติพร เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการปลูกทานตะวันพันธุ์สุรนารี 473 ให้ได้ผลผลิตที่ดีว่า ทานตะวันดังกล่าวเหมาะที่จะปลูกในดินร่วนหรือดินเหนียวที่มีการระบายน้ำได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย ไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง แต่การปลูกในพื้นที่ดินทรายก็สามารถเจริญเติบโตได้เช่นกันแต่ดอกจะมีขนาดเล็กลง
       
       “การปลูกเป็นแถว ใช้ระยะระหว่างแถว 70 - 75 ซม. ระหว่างหลุม 25 - 30 ซม. หยอดหลุมละ 2 - 3 เมล็ด เมื่ออายุ 12-15 วัน ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม หรือปลูกแบบหว่าน ใช้อัตรา 1 กก. ต่อไร่ เพื่อไม่ให้จำนวนต้นหนาแน่นเกินไป การใส่ปุ๋ย ครั้งแรกใช้ปุ๋ยสูตร 15 -15 - 15 หรือสูตร 16 - 20 - 0 พร้อมปลูก อัตรา 20 กก. ต่อไร่ ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 30 - 40 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 15 - 15 - 15 หรือ 46 - 0 - 0 อัตรา 25 กก. ต่อไร่ การเก็บเกี่ยวเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่อคอดอกเป็นสีน้ำตาล อายุประมาณ 110 วัน อาจจะทยอยเก็บหรือเก็บครั้งเดียว”

       เกษตรกรและผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการปรับปรุงพันธุ์ทานตะวัน สาขาวิชาเทคโนโลยี การผลิตพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โทร 0-4422-5008 หรือที่ ฟาร์มมหาวิทยาลัย โทร. 0-4422-5024 และ0-4422-5012
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 58.97.7.50
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000136788

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:03FAF * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com