home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000169

หัวข้อประกาศ : นักวิชาการ ม.อ. ชี้ ปี 53 ปะการังฟอกขาววิกฤตสุด
รายละเอียด :           
นักวิชาการ ม.สงขลานครินทร์ ศึกษาผลปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว อ่าวไทย-อันดามัน พบวิกฤตกว่าที่คาด เร่งประสานกรมทรัพฯ ป้องกันและฟื้นฟู ก่อนสายเกินแก้
       
       กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) และสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านแนวปะการัง ร่วมประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในปี 2553 ซึ่งถือเป็นสถานการณ์วิกฤตของแนวปะการังรุนแรงที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยประสบมา และรุนแรงกว่าเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 โดยมี ดร. เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธาน

       อ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง หัวหน้าโครงการสำรวจ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพแนวปะการังและผลกระทบของการฟอกขาวที่มีต่อระบบนิเวศแนวปะการังในน่านน้ำไทย และอาจารย์ประจำสถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีววภาพแห่งคาบสมุทรไทย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวสรุปผลจากการประชุมว่า ถึงแม้ปะการังฟอกขาวในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2553 ทำให้ปะการังยังไม่ตาย แต่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบแนวปะการังหลายบริเวณทั้งอ่าวไทยและอันดามันตายลง และเสื่อมโทรมลงมากกว่าร้อยละ 70โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีแนวปะการังเขากวาง ส่วนใหญ่จะตายเกือบหมด ซึ่งจะส่งผลต่อระบบนิเวศแนวปะการัง และกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง
       
       “ทั้งนี้พบว่า พื้นที่ที่ยังขาดความรู้ถึงสถานการณ์การตายของแนวปะการังที่ได้รับผลกระทบจากปะการังฟอกขาว เป็นพื้นที่แนวปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล ทางฝั่งทะเลอันดามันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่กำลังเริ่มจะเปิดฤดูการท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่มาตรการการจัดการที่เหมาะสมยังไม่มีการเตรียมการแต่อย่างไร ดังนั้นผลจากการประชุมทางวิชาการได้เสนอให้อุทยานแห่งชาติต่างๆ ทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เร่งประเมินสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในสภาวะปัจจุบัน และกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้แนวปะการังได้รับการฟื้นคืนสภาพทั้งโดยธรรมชาติ และการช่วยเหลือจากมนุษย์”

       อาจารย์ศักดิ์อนันต์เพิ่มเติมว่า แนวปะการังหลายบริเวณอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการจัดการใดๆ ปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย
       
       “ทุกวันนี้มีการใช้ประโยชน์อย่างมาก ดังนั้น อาจจะต้องมีการกำหนดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม การป้องกันผลกระทบจากกิจกรรมอื่นๆ เช่น ควบคุมไม่ให้มีน้ำทิ้งหรือเศษอาหารจากเรือท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมบริเวณชายฝั่งทะเลลงสู่แนวปะการัง แนวปะการังบางบริเวณอาจจะจำเป็นต้องปิด ไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมอื่นๆ ในขณะที่แนวปะการังบางบริเวณจะต้องได้รับการฟื้นฟูด้วยวิธีการที่จำเพาะเหมาะสมสำหรับแต่ละบริเวณ”
       
       นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังจะต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในสถานการณ์ปะการังฟอกขาวให้เป็นที่รับทราบกันในทุกภาคส่วน เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาวของประเทศ ในขณะที่ทางด้านวิชาการจะต้องเตรียมตัวศึกษาหาองค์ความรู้ และจัดการองค์ความรู้อย่างเร่งด่วน เพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาว ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 58.97.7.50
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000147245

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:6396E * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com