home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000192

หัวข้อประกาศ : เปิดประตูสู่ Debate Club ม.อ.
รายละเอียด :           
ภาพจาก qa.mcu.ac.th
       การเรียนในระดับอุดมศึกษา นอกจากจับกลุ่มท่องตำรา นั่งจดเลกเชอร์ตามบทเรียนในห้อง หรือการลงมือในห้องปฏิบัติการ ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่ ที่จะช่วยฝึกฝน และเพิ่มอาหารสมองให้ชาวมหาวิทยาลัยได้มีความรู้ลึก - รู้จริง ในสิ่งที่เรียนมากขึ้น
       
       เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันเน้นการศึกษาแบบ Child Center โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ส่วนเนื้อหาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตจริง ยืดหยุ่นตามความสนใจ ไม่ยึดตายตัวอยู่กับเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง.. หลักการนี้กลับถูกนำไปใช้เพียงน้อยนิด
       
       รศ.ดร.สุนทร โสตถิพันธุ์ ที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวในเวทีเสวนา"คุณภาพบัณฑิตยุคใหม่" ถึงสภาพการเรียนการสอนในรั้วมหาวิทยาลัย ว่า บัณฑิตขาดความรู้จริงในสาขาวิชาที่เรียน เกิดความอ่อนแอทางภาษา และการบูรณาการ เหล่านี้ อาจมีสาเหตุจากนิสิต นักศึกษาไม่มีส่วนร่วม ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน
       
       "การโต้แย้งซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะรู้แล้วต้องอธิบายได้ นำเสนอได้จึงจะนับว่ารู้จริง แต่ปัจจุบันพบว่าเด็กทำไม่ได้ ถือเป็นความอ่อนแอทางการศึกษา คือรู้อยู่คนเดียว เก่งอยู่คนเดียว สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้" ที่ปรึกษาคณบดีกล่าว

       

       ปัญหานี้ ใช่ว่าจะไม่มีทางออก แต่หลายคนมองหาจุดเริ่มต้นไม่พบ ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดกระบวนการดังกล่าว จุดนี้ รศ.ดร.สุนทร อธิบายว่า ครูผู้สอนมีอำนาจในการอำนวยการ เป็นเสมือนคอนดักเตอร์ให้นักศึกษาได้ และเสนอไอเดียให้จัด Debate Club ขึ้นในมหาวิทยาลัย
       
       "ธรรมชาติของคนเราถ้ามีดี ก็อยากอวด ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เราต้องให้นักศึกษาคือ ให้ความรู้พื้นฐานเพื่อให้เขาไปอวดหรือไปถกเถียงกันได้ ซึ่งไม่ใช่การโต้วาที เพราะในความหมายหนึ่งคือการเล่นลิ้น แต่ในที่นี้คือ การถกเพื่อหาว่าความจริงอยู่ที่ไหน สามารถพูดให้เพลิดเพลินได้ และต้องได้ความจริง ตรงนี้มันจะฝึกเรื่องCritical Thinking ก็คือรู้จักรับฟังคนอื่น" ที่ปรึกษาคณบดีย้ำ
       
       รศ.ดร.สุนทร อธิบายต่อว่า Debate Clubต้องเริ่มที่อาจารย์ ต้องทำให้ศิษย์มั่นใจว่า ไม่มองเขาเป็นคนโง่ ถ้าเขาพูดผิด เราก็ผิดได้ ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ต่างก็ผิดได้ แต่ผิดแล้วได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น หากอาจารย์ทำให้เด็กมั่นใจได้ด้วยความตั้งใจจริง ก็จะสามารถสร้างSelf-Confident ของเด็กขึ้นมาได้

       "เบื้องต้นเราทำอย่างไรก็ได้ให้นักศึกษาไว้ใจเรา บางครั้งเขามองเราเป็นผู้ใหญ่ สังคมไทยจะเกรงกลัวผู้ใหญ่ แต่พอเรายิ้มเราหัวเราะ เราสื่ออกไปว่าเราจริงใจ วันแรกเขาอาจจะไม่เชื่อ แต่ถ้าเราทำสม่ำเสมอ ผมเชื่อว่านักศึกษาไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าครูจริงใจ จุดสำคัญอยู่ที่ความสัมพันธ์และความจริงใจ กว่าจะไว้ใจต้องใช้เวลา" รศ.ดร.สุนทรย้ำ
       
       รศ.ดร.สุนทรมองว่า ถือเป็นเรื่องปกติว่าคนเราเห็นไม่ตรงกัน แต่อยู่ร่วมกันได้ หากไอเดียดีเบทคลับนี้ เกิดขึ้นได้จริงในทุกมหาวิทยาลัย จะทำให้วงการการศึกษาพัฒนาได้มาก ในที่สุุด สังคมไทยจะมีคนที่ใฝ่ดี มีความมั่นใจ และกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น เมื่อมีคนดี คนเก่ง และกล้าแล้ว ก็จะเชื่อมโยงกับDemocracy ที่สังคมคาดหวังอยู่
       
       "ผมเชื่ออย่างหนึ่ง ขอยกเป็นภาษาทางธรรมว่า อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ แปลว่า บุคคลประเสริฐได้ด้วยการฝึก แล้วใครจะเป็นคนฝึก ก็คือครู การศึกษาในมหาวิทยาลัยเรากำลังมองหา Personal Tutor หรือ Trainer เราเข้ามาหาสิ่งชี้แนะ ไม่ใช่มาหาสิ่งสำเร็จรูป ต้องถามกลับอาจารย์ว่า ทำอย่างไรแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นได้จริง" รศ.ดร.สุนทร สรุป

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.141
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000176805

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:5D18D * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com