home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000205

หัวข้อประกาศ : "ปฐพี - วารี" สองหุ่นยนต์เพื่อการเกษตร สุดยอดนิสิต มก.
รายละเอียด :           ด้วยสภาพแวดล้อมที่เสื่อมถอยลงจากการเกษตรที่ไม่สามารถเจาะจงข้อมูลที่แน่นอนแม่นยำได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ราคาผลผลิตผันแปรไปตามปริมาณที่ได้ เกษตกรจึงไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลย อีกทั้งสภาวะการกระจายตัวและพฤติกรรมของประชากรที่เปลี่ยนไป ทำให้แรงงานเกษตรขาดแคลน หรือขาดคุณภาพ และที่สำคัญคือสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป จนภูมิปัญญาชาวบ้านทางการเกษตรเริ่มต่อสู้กับสภาพแวดล้อมได้ยากลำบากเป็นทวีคูณ แถมยังมีความเสี่ยงมากขึ้นจนเกษตกรบางรายไม่อาจทนแบกรับภาระที่ขาดความแน่นอนเหล่านี้ไหว
       
       เหตุผลเหล่านี้เองจึงก่อให้เกิด "เกษตรความแม่นยำสูง"ขึ้นจากกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่คว้ารางวัลระดับประเทศอย่างรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ Brandsgen ฉลาดคิดแบบคนรุ่นใหม่ ปี 3 ในผลงาน Robo Farming หุ่นยนต์ต้นแบบเพื่อเกษตรกรรมความแม่นยำสูง โดยมีสมาชิกทีม KU Agrobot (กลุ่มบ่มเพาะนวัตกรรม มก.)ประกอบด้วย
       
       นายพงษ์ศิริ เตี๋ยมนา นิสิตชั้นปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และน้องๆ อีก 3 คน ได้แก่นายอธิมาตร ติระนาถวิทยากุล ,นายภูชิต สุเสวนานนท์ ,นายปัญณะภาคย์ ธงวาส และนายเพิ่มทรัพย์ สุขแสงจันทร์ นิสิตชั้นปี 2 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
       

       เพื่อเกษตรกรสามารถจะปรับการใช้ทรัพยากร ให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ รวมไปถึงการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ดังตัวอย่างของทีม Ku Agrobot ในผลงาน Robo Farming นี้ โดยใช้หุ่นยนต์เพื่อทำการให้ปุ๋ย ซึ่งการให้ปุ๋ยในฟาร์มอัจฉริยะนี้ จะทำด้วยความแม่นยำกว่า ซึ่งสร้างจำลองภาพสภาพดินในไร่ (Soil Mapping) เพื่อเก็บข้อมูลว่าบริเวณต่างๆ มีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกันอย่างไร ตรงไหนขาดแร่ธาตุชนิดใด โดยใช้ชุดตรวจสภาพดิน "ปุ๋ยสั่งตัด"ในการทดสอบแล้วเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System) เพื่อประมวลผล ค่า NPK ที่ต้องการ
       
       ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเก็บเข้าไปในฐานข้อมูล ที่เชื่อมโยงกับแผนที่ของฟาร์ม แล้วสามารถดาวน์โหลด ไปยังเครื่องหยอดปุ๋ยบนรถฉีดปุ๋ยที่ติด GPS (Global Positioning System) ทำให้การหยอดปุ๋ยสามารถกำหนดได้ว่า จะหยอดปุ๋ยชนิดใด ลงตำแหน่งใดในฟาร์มมากหรือน้อย จะเห็นได้ว่า ฟาร์มอัจฉริยะมีความแตกต่างกับฟาร์มธรรมดาตรงที่ การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างแม่นยำ และตรงต่อความต้องการของพืช ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากร การให้ปุ๋ยที่ไม่มากเกินไป ช่วยทำให้ดินไม่เสีย ไม่เกิดการล้นของแร่ธาตุที่อาจทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมลงได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรเคมี หรือ เกษตรอินทรีย์ ที่การให้ปุ๋ยก็จะให้เท่าๆกันทั่วทั้งไร่
       
       ทีมนักศึกษา มก.จึงมีแนวคิดสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อการเกษตรขึ้น 2 ตัว ให้ชื่อว่า "หุ่นยนต์ปฐพี และ หุ่นยนต์วารี" หุ่นยนต์ทั้งสองนี้จะทำงานอย่างสอดคล้องกัน
       
       อาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทีม Ku Agrobot คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 อธิบายการทำงานของหุ่นยนต์ทั้งสองว่า หุ่นยนต์ปฐพี ใช้สำหรับขุดเจาะสำรวจหน้าดิน เก็บตัวอย่างความอุดมสมบูรณ์ของดิน ตามตำแหน่งพิกัดที่ได้จาก GPS และนำตัวอย่างดินที่เก็บได้มาวิเคราะห์หาค่าธาตุอาหาร N,P,K ค่า PH และความเค็ม ของดินแล้ว search ฐานข้อมูลการใช้ธาตุอาหาร(ปุ๋ย)ที่เหมาะสมสำหรับพืชไร่ชนิดใด ปลูกพื้นที่ไหนในประเทศ ดินลักษณะใด ความลาดเอียงของพื้นที่ การใกล้แหล่งน้ำ สภาพภูมิอากาศ ณ.ช่วงนั้น ระยะเวลาการปลูกผ่านมาเท่าไร ความต้องการพืชผลของตลาด ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดถูกจัดเก็บฐานข้อมูลในรูปแบบแผนที่ GIS ที่มีค่าที่เป็นปัจจุบันเสมอ
       
       ส่วนหุ่นยนต์วารี ใช้สำหรับชดเชยหรือซ่อมแซมให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ให้เหมาะสมกับการปลูกพืช ชนิดที่ต้องการตามค่าที่ต้องการโดยไปเสริมเพิ่มสิ่งที่ขาดที่ได้มาจากค่าวิเคราะห์ที่เก็บจากตัวอย่างดินตามที่กล่าวไปโดยหุ่นยนต์ปฐพี โดยหุ่นยนต์วารีจะให้ปุ๋ย ให้น้ำ หรือแก้สภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน หรือแก้ความเค็มของดิน หรือถ้าคิดจะใช้ยาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืชหรือใช้ฮอร์โมนเร่งผลผลิตก็ใช้ได้ ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นการใช้ที่เหมาะสม ไม่มากและไม่น้อย ไม่ทำให้ดินเป็นกรดหรือเค็ม เนื่องจากการใส่ปุ๋ยที่มากเกินไป จะทำให้ป้องกันแมลงโดยวิธีไม่ให้เกิดปริมาณปุ๋ยที่ใช้เกินความต้องการของพืช แต่จะกลายมาเป็นอาหารอันโอชะของแมลงและทำให้แมลงแพร่พันธุ์เร็ว
       
       "หลักการให้ปุ๋ยแบบนี้ใช้หลักการแบบ "ปุ๋ยสั่งตัด" ไม่ใช่ให้ปุ๋ยแบบเหมาโหล คล้าย ๆ เสื้อสั่งตัด กับ เสื้อโหล มันไม่เหมือนกันแน่ เพราะมันไม่พอดีตัว ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนค่าปุ๋ย และ ไม่ทำให้ดินเสื่อมสภาพ ซึ่งปัจจุบันดินมีการเสื่อมสภาพจากการปลูกพืชไร่แบบใช้ปุ๋ยแบบเหมาโหล จึงทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องรุกที่เข้าเขตป่าอนุรักษ์ ถ้าเป็นเช่นนี้การเกษตรแบบนี้จะสร้างปัญหาอย่างแน่นอน" อาจารย์ ปัญญา กล่าว
       
       หุ่นยนต์วารี จะทำการซ่อมแซมหน้าดิน เติมค่าธาตุอาหารให้เหมาะสม ตามพิกัดต่าง ๆ นำทางโดยระบบ GPS โดยชดเชยซ่อมแซมตามค่าที่รายงานจากหุ่นยนต์ปฐพี แต่ละตำแหน่งจะถูกให้ปุ๋ยค่าธาตุอาหารที่แตกต่างกันการ ให้ปุ๋ย หุ่นยนต์ตัวนี้ให้ปุ๋ยที่เป็นการผสมส่วนกันของปุ๋ยชนิดน้ำ ซึ่งอนาคตต้องพัฒนาให้ปุ่ยชนิดเม็ด(ซึ่งราคาถูกกว่า และไม่ถูกชะล้างได้ง่ายด้วยน้ำฝน และสามารถทำให้ฝั่งติดอยู่ในดินให้ใกล้รากต้นไม้ให้มากที่สุด) และต้องสร้างหุ่นยนต์ผสมปุ๋ยเองได้ตามค่าธาตุอาหารที่ต้องการแบบหลากหลายใน แต่ละพิกัดของพื้นที่เพาะปลูก
       
       พงษ์ศิริ เตี๋ยมนา หนึ่งในนักศึกษา มก.ทีม Ku Agrobot ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคบางอย่างว่า ระบบการนำร่องด้วย GPS ยังมีความคลาดเคลื่อนสูง จึงจำเป็นต้องใช้ระบบอื่นเข้าช่วย คือใช้กล้องจับภาพและวิเคราะห์ภาพเส้นทางเดิน scan พื้นที่ข้างหน้าและนำทางวิ่งตามร่องของแปลงพืชไร่ พืชสวน ซึ่งพัฒนาไปได้ระดับหนึ่งแล้ว คาดว่าจะทำได้ดีขึ้นไปอีก(ใช้ Image Processing และ Laser Rangefinder วัดระยะแบบทำเองเพื่อให้ราคามันถูกลง) และการนำทางจะเป็นแบบไร้คนบังคับ เป็นหุ่นยนต์มีสมองที่เป็นอัจฉริยะ (AI) ซึ่งทำได้ทั้งแบบ Manual คนบังคับ หรือแบบ Auto ไร้คนบังคับ
       
       "ปัญหาในตอนนี้ คือ การวัดค่าความสมบูรณ์ของดิน ยังใช้กระบวนการทางเคมีอยู่ ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะรู้ผล ซึ่งอ่านการเทียบค่าสีจากการทำปฏิกิริยาของสารละลาย โดยใช้กล้อง Image processing วิเคราะห์ค่าสี แล้วแปรผลมาเป็นค่าธาตุอาหารต่าง ๆ"
       

       การเกษตรในประเทศที่ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ไม่ว่าเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศแถบยุโรปเช่น เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้สูงกว่ามาก และไม่ทำให้หน้าดินเสื่อมสภาพเร็ว ใช้ต้นทุนที่ถูกกว่าในระยะยาว
       
       อาจารย์ปัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบแบบนี้เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตรแบบ "เกษตรอุตสาหกรรม" ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการเร่งผลผลิต(เพื่อเลี้ยงประชากรที่เติบโตเป็นจำนวนมากและ เพื่อการค้าการส่งออก) แล้วเกิด "กาก"อุตสาหกรรมที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการให้ปุ๋ยที่มากเกินไป ใช้ยามากเกินไป ไม่รู้จุดที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน พื้นที่เพาะปลูกแต่ละตารางหน่วย(คล้าย ๆ ตีเส้นตารางของพื้นที่เพาะปลูกเป็น Grid ตารางหมากรุกที่ละเอียดในแผนที่ จึงเป็นที่มาของคำว่า Presicion Farming การเกษตรความแม่นยำสูง ลักษณะหนึ่ง)ก็มีจุดเหมาะสมที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งยากมากที่จะใช้แรงงานคนทำการวัดค่าตัวแปรต่าง ๆ ที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ได้ ที่สำคัญคือไม่มีการชดเชยความอุดมสมบูรณ์ให้กับหน้าดินอย่างสม่ำเสมอ คือยิ่งทำการเกษตรเพื่อการส่งออกแบบว่าประเทศไทยจะเป็นครัวของโลก ยิ่งทำ ก็ยิ่งทำให้พื้นดินของประเทศบอบช้ำมากยิ่งขึ้น เกิดการรุกที่ป่าสมบูรณ์มากขึ้นเพราะดินที่มีอยู่เดิมเสื่อมสภาพ...เกษตรกร ยิ่งทำก็จะยิ่งจนลงอันเนื่องมาจากการขาดความรู้ ไร้ทิศทาง อันเนื่องมาจากการเกษตรของบ้านเราไม่ได้ใช้ความรู้ทางด้านวิศวกรรมการเกษตร นั่นเอง
       
       "Project นี้เป็นบทพิสูจน์ว่า ความรู้ทางวิศวกรรม กับการเกษตร มันไปด้วยกันได้เราจะได้เห็นเด็กวิศวะ (ม.เกษตร) หันมาทำการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมากขึ้น เหมือนกับประเทศอิสราเอล อเมริกาและประเทศแถบยุโรป" อาจารย์ปัญญากล่าวทิ้งท้าย

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 119.46.131.228
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000015072

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:71B0F * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com