home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000228

หัวข้อประกาศ : สุดยอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เตรียมพร้อมป้องกันภัยพิบัติ
รายละเอียด :           สวทช.รับกระแสภัยพิบัติ โชว์ผลงานในการประชุมวิชาการประจำปี (NAC 2011) พร้อมเปิดเวทีสัมมานา “เทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับการเตรียมพร้อม ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ” นำเสนอสุดยอดหุ่นยนต์เคลื่อนที่ ศักยภาพสูง สามารถเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม “น้ำ อากาศ ดิน ฯลฯ” เพื่อนำมาใช้บรรเทาภัยพิบัติ หรือวางแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่ยังไม่เกิดขึ้น
       
       สวทช. จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2011 (NSTDA Annual Conference 2011: NAC 2011) ภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” เพื่อเป็นเวทีให้นักวิชาการได้เผยแพร่ข้อมูลความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมรับมือภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ในรูปแบบการจัดประชุมสัมมนาและการแสดงนิทรรศการนำเสนอผลงานวิจัยที่ดำเนินการโดย สวทช.และหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
       
       ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สวทช.ได้จัดการประชุมประจำปีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผลงานวิจัยและพัฒนาที่ สวทช.และหน่วยงานอื่นได้ร่วมดำเนินการ ในปีนี้กำหนดหัวข้อในการจัดงานคือ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” โดยมีแนวคิดการเสนองานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ ในสาขาหลักของประเทศ ได้แก่ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และนาโนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติใน 5 มิติ ได้แก่ การคาดการณ์ การเฝ้าระวัง การเตือนภัย การรับมือ และการฟื้นฟู ต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้น”
       
       ขณะที่ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า ภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งกลไกหนึ่งที่สำคัญต่อการรับมือภัยพิบัติได้ “เราหวังว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับข้อมูลที่เป็นความรู้ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศ ตลอดจนเป็นเวทีที่จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติ”
       
       ทั้งนี้ หนึ่งในเวทีสัมมนาที่ได้รับความสนใจไม่น้อย สำหรับผู้ร่วมงานที่ชื่นชอบเทคโนโลยีหุ่นยนต์ คงต้องยกให้สัมมนาหัวข้อเรื่อง “เทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับการเตรียมพร้อม ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ” นำเสนอเทคโนโลยีหุ่นยนต์แบบเคลื่อนที่ได้ภาคสนามมีความเหมาะสมสำหรับเป็นเครื่องมือในการช่วยแบ่งภาระในป้องกันและการเตรียมรับมือภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงและพัฒนาหุ่นยนต์กู้ภัยจากสนามแข่งขันสู่การใช้งานบรรเทาภัยพิบัติ โดย ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล , การประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมและบรรเทาภัยพิบัติ โดย ผศ.ดร อรรณพ เรืองวิเศษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ยานกลดำน้ำขนาดเล็กสำหรับงานทางด้านสิ่งแวดล้อม โดย ดร.ปรัชญา เปรมปราณีรัชต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี , การวิจัยสร้างกลุ่มหุ่นยนต์ขนาดเล็กเพื่อวางเครือข่ายสื่อสารฉุกเฉินแบบมัลติมีเดียในพื้นที่สถานการณ์ภัยพิบัติ โดย ดร.อภินันท์ ตั้นพันธุ์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และดร.ถวิดา มณีวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปิดท้ายด้วย การใช้เรือหุ่นยนต์สำหรับแก้ปัญหาอุทกภัยและงานจัดการทรัพยากรน้ำ โดย ดร.ปาษาณ กุลวานิช กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       
       ดร.ปรัชญา เปรมปราณีรัชต์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะผู้วิจัย”ยานกลดำน้ำขนาดเล็กสำหรับงานทางด้านสิ่งแวดล้อม” ควบคุมการเคลื่อนที่ด้วย GPS สำหรับงานตรวจสอบสภาวะสิ่งแวดล้อมใต้พื้นผิวของแม่น้ำและลำคลองทั่วไป เรืออัตโนมัตินี้มีลักษณะคล้ายกับ “หุ่นยนต์ดำน้ำ” :Remotely Operated Underwater Robotic Vehicles ซึ่งออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ในการสำรวจใต้ท้องทะเลมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลกว่าผืนแผ่นดิน อุดมสิ่งมีชีวิตต่างๆที่มนุษย์เรายังมิได้พบเห็นเลย ตลอดจนแร่ธาตุและก๊าซธรรมชาติยังมีอยู่มากมาย
       
       หุ่นยนต์ดำน้ำประเภทนี้ใช้การควบคุมระยะไกล (Teleoperation) เป็นหุ่นยนต์ที่มีความชาญฉลาดต่ำสุดเพราะต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์เป็นหลัก ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะการสำรวจใต้ทะเล ส่วนใหญ่เราไม่ทราบว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้าง จะปล่อยให้หุ่นยนต์กระทำอะไรลงไปโดยพละการไม่ได้ อย่างไรก็ตามในระยะหลังนักวิจัยได้ใส่ความสามารถในการคำนวณทำให้หุ่นยนต์สามารถว่ายหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้บ้าง โดยติดตั้งระบบการรับรู้ (Perception) เช่น Video Camera, Sonar, Inertial sensor, Magnetometer และ GPS แต่เรายังใจไม่ถึงพอไม่กล้าปล่อยให้เขาว่ายไปตามลำพังหรอก จึงต้องมีสายควบคุม (Tether) เชื่อมต่อสัณญาณระหว่างหุ่นยนต์กับศูนย์บังคับการบนเรือที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ทั้งนี้เนื่องจากระบบสัณญาณไร้สายยังทำงานผ่านน้ำได้ไม่ดีนัก สายดังกล่าวยังรวมเอาสายไฟฟ้าส่ง กำลัง หุ่นยนต์ดำน้ำถือกำเนิดขึ้นเช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ คือมาจากวงการทหารตั้งแต่ ปี 1960 จนพัฒนาเรื่อยมาสู่อุตสาหกกรรมการสำรวจน้ำมันใต้ทะเล หุ่นยนต์ดำน้ำในปัจจุบันมีระยะทำงานลึกถึง 3,000 เมตร นอกจากเรื่องสำรวจแล้ว หุ่นยนต์เหล่านี้ยังมีหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษา (O&M: Operation and Maintenance) ระบบท่อส่งแก๊ส-น้ำมันใต้ทะเลอีกด้วย”
       
       ดร.ปรัชญา กล่าวต่อว่า โครงการวิจัยและพัฒนา “เรืออัตโนมัติ” นี้มุ่งเน้นงานวิจัยเรื่องระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบ Podded Propulsion สำหรับใช้ในเรือขนาดเล็ก ระบบดังกล่าวเป็นระบบหุ่นยนต์ภาคสนามที่ต้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมนุษย์โดยต้องคงความแม่นยำ เที่ยงตรงและทนทานต่อการใช้งานและสภาพแวดล้อม
       
       “งานวิจัยนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเรืออัตโนมัติให้เหมาะสมและสามารถใช้งานได้จริงตอบสนองต่อความต้องการใช้งานทางด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรน้ำ เรืออัตโนมัติสามารถเคลื่อนที่ไปตามจุดที่กำหนดโดยใช้คนบังคับจากระยะไกลผ่านคลื่นวิทยุแบบ 2.4 GHz หรือสามารถเคลื่อนที่แบบอัตโนมัติโดยใช้อุปกรณ์ GPS และ Inertial Measurement Unit ควบคู่กันในการนำร่อง โดยที่ผู้ใช้กำหนดจุดที่ต้องการให้เรือผ่านหรือแวะได้ล่วงหน้าจากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์ของเรือและระบบเซนเซอร์สำหรับการเคลื่อนที่จะบังคับให้เรือแวะผ่านจุดหมายที่กำหนดทุกจุดได้อย่างแม่นยำ อนึ่งระบบ GPS เมื่อใช้ในแบบ Real-time Kinematic (RTK) ผ่านระบบเครือข่าย Virtual Reference Station (VRS) ของกรมที่ดินจะมีความคลาดเคลื่อน ไม่เกิน +/- 10 เซ็นติเมตร เรืออัตโนมัติจะใช้โครงสร้างแบบเรือคายัคพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Podded Propulsion ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่รวมมอเตอร์ส่วนขับดัน (Thruster) และมอเตอร์บังคับทิศทางไว้เป็นชุดเดียวกันส่งผลให้เรือมีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่สูงเช่นสามารถบังคับรัศมีการเลี้ยวได้ในวงแคบหรือเท่ากับศูนย์ เรือสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 3 เมตรต่อวินาทีและปล่อยเสียงดังรบกวนจากมอเตอร์น้อยมาก เรือมีระวางบรรทุกน้อยกว่าหรือเท่ากับ 90 กิโลกรัมสามารถติดตั้งระบบตรวจวัดสำหรับงานทางด้านสิ่งแวดล้อมได้เช่นเครื่องวัดระดับความลึกใต้น้ำ (Echo Sounder) หัววัดคุณภาพน้ำ ระบบเก็บตัวอย่างน้ำอัตโนมัติ”

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.141
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000041910

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:4B3D4 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com