home about us contact us advertising rate admin login sitemap

หมายเลขประกาศ : 0000000243

หัวข้อประกาศ : สถาปัตย์จุฬาฯ ร่วมฟื้นฟูชุมชนอัมพวา
รายละเอียด :           
คลองอัมพวา(ภาพจากอินเตอร์เนต)
       

       นักวิจัยภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองอัมพวา อ. อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อศึกษาการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลองในภาคตะวันตก รวมทั้งทำโครงการพัฒนาชุมชนกว่า 10 โครงการเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสิ่งปลูกสร้างโบราณของชุมชนชาวอัมพวา
       
       รศ.ดร.ศิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์ ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า ได้ศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการในชุมชนอัมพวา ภายใต้โครงการ "การอนุรักษ์และฟื้นฟู ชุมชนริมคลองอัมพวา อ. อัมพวา จ.สมุทรสงคราม" โดยได้วิจัยเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลองในภาคตะวันตก และได้เลือกอัมพวาเป็นพื้นที่กรณีศึกษา เนื่องจากมีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ระบบนิเวศ ฯลฯ ที่เด่นชัดคือ การเป็นเมืองประวัติศาสตร์ โดยเป็นเมืองประสูติของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
       
       "ในขณะนั้นชุมชนอัมพวาแตกต่างจากปัจจุบันมาก บ้านเรือนร้อยละ 80 ปิดร้างและมีสภาพทรุดโทรม เพราะชาวบ้านออกไปทำงานในเมืองใหญ่ เหลือแต่คนชราและเด็ก ทั้งที่ในอดีตเคยเป็นเมืองตลาดริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้ร่วมมือกับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการวิจัยและปฏิบัติการฟื้นฟูอาคารห้องแถวไม้ริมคลองอัมพวา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี โดยเราได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์ก"
       
       รศ.ดร.ศิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2545-ปัจจุบัน คณะสถาปัตยกรรม ได้ดำเนินโครงการต่างๆในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนับ 10 โครงการ เช่น โครงการปรับภูมิทัศน์ การจัดการด้านผังเมือง การแนะนำการออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ทำให้พื้นที่ริมคลองอัมพวาสวยงามขึ้นในแง่กายภาพ ส่วนตลาดน้ำ ชาวอัมพวาได้ร่วมมือกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ทำการฟื้นฟูขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ชุมชนริมคลอง(ภาพจากอินเตอร์เนต)
       "ในช่วงนั้นผลไม้และมะพร้าวราคาตกต่ำ ชาวบ้าน เขาก็ต้องการที่จะขายสินค้าเอง โดยมีแนวคิดในการจัดตลาดน้ำในตอนเย็น เพื่อเลี่ยงการแข่งขันกับตลาดน้ำแห่งอื่นและเป็นช่วงเวลาที่สามารถท่องเที่ยวได้นานกว่า ตกค่ำก็สามารถนั่งเรือไปชมหิ่งห้อยต่อได้ และจะเป็นโอกาสให้คนพักค้างคืนในอาคารบ้านเรือนที่ปรับปรุงแล้วได้ด้วย"
       
       นักวิจัยเสริมว่า นอกจากนี้ อัมพวายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น อุทยาน ร.2 วัดริมน้ำที่สวยงาม ฯลฯ ชาวอัมพวายังมีความสามารถในการผลิตอาหารและขนม รวมทั้งสามารถรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ถือเป็นทรัพยากรในท้องถิ่นที่ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น บวกกับความเข้มแข็ง-ความสามัคคีของคนในชุมชน และการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา อัมพวาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไม่ต่ำว่า 600,000 คนต่อปี และมีองค์กรส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมาดูงานและนำโมเดลการฟื้นฟูของอัมพวาไปประยุกต์ใช้รวมแล้วกว่า 20 ชุมชน
       
       "ปัจจุบันการท่องเที่ยวในอัมพวามีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ และพยายามรักษาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไว้ โดยให้การท่องเที่ยวเป็นรายได้เสริม ไม่ใช่รายได้หลัก ซึ่งจะทำให้ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เมื่อการท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน และทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน นอกจากนี้จะมีการยกระดับคุณภาพในแง่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็จะกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่ชุมชนโดยรอบเพื่อให้มีโอกาสพัฒนาในด้านต่างๆ เช่นเดียวกับอัมพวา" นักวิจัยทิ้งท้าย

 
ชื่อผู้ลงประกาศ : Mr.IC
IP Address : 203.195.108.141
อีเมล์ : thejnai@hotmail.com
เวปไซต์ : http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000062423

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ตอบกระทู้
ผู้ตอบกระทู้
ข้อความ
CODE:8B1B8 * CODE ที่ท่านเห็น
 
   

 

Copyright @ 2007 by industrychannel.com